๑. คำถาม : การเดินทางมาศูนย์วิทย์ฯ ชลบุรี 
       คำตอบ :   
      1. เส้นทางสุขุมวิทมุ่งหน้าไปหนองมน ศรีราชา เลี้ยวขวาบริเวณสี่แยกคีรี ประมาณ ๑ กิโลเมตร  พบการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต ๒  สังเกตดูป้ายศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ ๖ ชลบุรี เลี้ยวซ้ายประมาณ ๕๐๐ เมตรศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ ๖ ชลบุรี ตั้งอยู่ขวามือ   

      2. เส้นสุขุมวิท มุ่งหน้าสู่ชลบุรี  เลี้ยวซ้ายบริเวณสี่แยกคีรีประมาณ ๑ กิโลเมตร  พบการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต๒  เลี้ยวซ้าย  สังเกตดูป้ายศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ ๖ ชลบุรี เลี้ยวซ้ายประมาณ ๕๐๐ เมตรศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ ๖ ชลบุรี ตั้งอยู่ขวามือ  

      3. สามารถโทรสอบถามเส้นทางได้ที่โทร. ๐๓๘-๗๘๔-๐๐๖-๗ ต่อ ๒๐๐ หรือแผนที่ทางเว็บไซต์ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่๖ ชลบุรี http://rmsc6.dmsc.moph.go.th/ 


   ๒. คำถาม :  มีกลุ่มยาตัวใดบ้างที่ให้ผลบวกลวงในชุดทดสอบเมทแอมเฟตามีน 
    คำตอบ : ปัจจุบันมีการพัฒนาการผลิตชุดทดสอบทำให้กลุ่มยาแก้หวัดไม่ให้ผลบวกลวงแล้ว  แต่ที่ยังพบบ้างคือในยากลุ่มที่ใช้รักษาโรคกระเพาะอาหารเช่น Ranitidine ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับกระบวนการรักษาแต่ยังไม่เคยพบว่าให้ผลบวกลวงในชุดทดสอบเมื่อกินยาตามขนาดที่แพทย์สั่ง  หากจะพบว่าให้ผลบวกลวงในชุดทดสอบจริงจะต้องได้รับยาในกลุ่มนี้ปริมาณสูงเกินกว่าปกติ  ทั้งนี้ขึ้นกับคุณภาพหรือการเก็บรักษาชุดทดสอบ ก็สามารถให้ผลบวกลวงชุดทดสอบได้เช่นกัน  ในการตรวจยืนยันผล ศูนย์ฯ ใช้เทคนิค Gaschromatography/Mass Spectrometry (GC/MS) ซึ่งมีความสามารถแยกชนิดของสารได้ชัดเจนแม้ชุดทดสอบจะให้ผลทดสอบลวง แต่การตรวจยืนยันผลสามารถบอกชนิดของผลได้อย่างถูกต้อง

  

   ๓. คำถาม : สารเสพติดประเภทยาบ้า จะอยู่ในร่างกายนานเท่าไร
       คำตอบ : ยาบ้าจะถูกขับออกประมาณ๗๐% ภายใน ๒๔ ชม.หลังเสพและมักจะตรวจพบภายใน ๑-๓ วัน หลัง ๗ วันไปแล้ว มักจะตรวจไม่พบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละบุคคลและอาหารที่รับประทาน เช่นถ้ารับประทานอาหารที่ทำให้ปัสสาวะเป็นด่างจะทำให้การขับยาออกจากร่างกายช้าลง 


   ๔. คำถาม : สารเคมีที่ทำให้ตรวจหาสารเสพติดเป็นผลบวกลวง (ไม่ได้เสพยาบ้า แต่ให้ผลบวกกับชุดทดสอบ) มีอะไรบ้าง
       คำตอบ : สารที่ให้ผลบวกลวงกับชุดทดสอบได้ คือ สารที่มีโครงสร้างคล้ายสารเสพติด แต่ปัจจุบันชุดทดสอบมีความจำเพาะเจาะจงสูง ทำให้มีผลบวกลวงน้อยลง แต่ยังพบสารที่อาจให้ผลบวกลวงกับชุดทดสอบ เช่น Ranitidine Pseudoephedrine Dextromethorphan เป็นต้น 


   ๕. คำถาม : การตรวจยืนยันยาบ้าในปัสสาวะ จะตรวจเมื่อไร
       คำตอบ : เมื่อผลการตรวจเบื้องต้นเป็นบวกหรือเพื่อยืนยันผลการเสพสารเสพติดโดยการตรวจหาชนิดของสารออกฤทธิ์จากการตรวจปัสสาวะอีกครั้งอย่างละเอียดในห้องปฏิบัติการ  ทั้งนี้ผลการตรวจเบื้องต้นเป็นเพียงการคัดกรอง แยกกลุ่มเสี่ยงออก  หากต้องการตรวจขั้นยืนยันผลต้องส่งตัวอย่างปัสสาวะที่เหลือไปยังศูนย์วิทย์ฯ ชลบุรี 


   ๖. คำถาม : การตรวจเบื้องต้น มีกี่ชนิดอะไรบ้าง
       คำตอบ : ชุดตรวจสำเร็จรูป มี ๒ ชนิด คือ ๑) ชุดน้ำยาตรวจยาบ้าในปัสสาวะที่ใช้ปฏิกิริยาการเกิดสี เช่น ชุดน้ำยาตรวจยาบ้าในปัสสาวะของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ๒) ชุดตรวจยาบ้าในปัสสาวะชนิดภูมิคุ้มกันวิทยา เช่น Sure Step, One Step, Quick Screen  มีทั้งแบบที่เป็นตลับทดสอบ และที่เป็นแถบทดสอบ 


   ๗. คำถาม : หากประชาชนทั่วไปตรวจพบปัสสาวะเป็นสีม่วงและไม่ได้เป็นผู้ใช้สารเสพติด ควรดำเนินการอย่างไร
        คำตอบ : กรณีรับประทานยารักษาโรคแล้วตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง ซึ่งเป็นสีที่คล้ายกับการใช้สารเสพติดว่ามียาหลายกลุ่มทั้งอยู่ในการควบคุมของแพทย์ และไม่ได้อยู่ เช่น กลุ่มยาแก้หวัด ที่มีส่วนผสมของคลอเฟนนิรามีน กลุ่มยาแก้ไอบางชนิด ยานอนหลับ ยาลดน้ำหนัก และยาแก้โรคซึมเศร้า สามารถนำประเภทของยาที่รับประทาน ชี้แจงประวัติการใช้ยาต่อทางเจ้าหน้าที่ หรือส่งตรวจยืนยันได้ที่ศูนย์วิทย์ฯ ชลบุรี สามารถตรวจแยกชนิดยาและสารเสพติดได้อย่างชัดเจน แม่นยำ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเข้าข่ายเป็นผู้ใช้สารเสพติด 


   ๘. คำถาม : หากผลการตรวจจากชุดทดสอบ อย่างน้อย ๒ ชุดได้ผลตรงกัน แต่ส่งยืนยันผลที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ แล้วได้ผลลบจะแก้ปัญหาอย่างไร
    คำตอบ : รายงานผลของศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นการตรวจโดยใช้วิธีแยกสกัดสารและตรวจเทียบกับสารมาตรฐานโดยใช้คุณสมบัติทางฟิสิกส์ในการเคลื่อนที่ผ่านสารตัวกลาง (Chromatography) เพื่อยืนยันว่ามีสารเสพติดเป้าหมายอยู่ในปัสสาวะจริง ดังนั้นรายงานผลของศูนย์วิทย์ฯ จึงมีความถูกต้อง แม่นยำ เชื่อถือได้ 


   ๙. คำถาม : สามารถเก็บปัสสาวะไว้ก่อนส่งตรวจยืนยันผลนานเท่าไร
       คำตอบ : หากเก็บที่อุณหภูมิ ๔-๘ oC ได้นาน ๒-๓ เดือน ถ้าแช่แข็งอาจเก็บได้ประมาณ ๖ เดือน แนะนำให้ส่งตรวจภายใน ๔๘ ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้ปัสสาวะบูดเน่า